สวัสดีชาวโลก – -’

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | 1 ความเห็น

HBD to Me ^^

ก็วันเกิดตัวเองผ่านไปได้หนึ่งวันแล้วแหละ แต่ก็อยากจะเขียน
คือวันนี้ มีพี่ๆเค้าให้ของขวัญ ก็ดีใจมาก แบบเป็นของขวัญชิ้นแรกของปีนี้ อยากจะขอบคุณพี่ๆเค้ามากๆเลย แต่คราวหน้าไม่ต้องก็ได้นะคะ พอดีเกรงใจอ่ะนะ
ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้ง พี่ๆ(เพื่อนๆของพี่ ได้แก่พี่พิว พี่โอ๋ พี่ไนน์) น่ารักจริงๆ ^^
อ้าว
เหลือเชื่อจริงๆว่า ตัวเองเกิดมาได้สิบเจ็ดปีแล้ว
ไม่รู้หรือจำไม่ได้ว่าชีวิตนี้สิบเจ็ดปี ได้ทำอะไรไปบ้าง
จะเป็นเรื่องดี เรื่องไม่ดี ทำความดีมากหรือน้อย ทำเอส่วนรวมกี่ครั้ง ความภูมิใจมีบ้างหรือเปล่า สร้างรอยยิ้มหรือเสียงหัวเราะให้พ่อแม่ จะเป็นความผิดหวังให้ท่าน
ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เกิดมากว่าสิบเจ็ดปี
จะเป็นตั้งใจ ไม่ตั้งใจ ไม่ทันคิด มีสติ ไม่มีสติ หรืออะไรก็แล้วแต่  ก็ยังรู้สึกว่า ไม่ดีพอหรืออยากกลับไปแก้ไข  แต่คิดอีกครั้ง ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้แล้ว
สิ่งที่สามารถทำได้ตอนนี้คือ การมีสติ จะได้รู้ว่าคิดไร ทำไร พูดไร จะได้จำได้ว่าเกิดอะไรบ้างในชีวิต
แม้จะเกิดมาได้สิบเจ็ดปี มันก็แค่สิบเจ็ดปี ซึ่งถือว่าน้อยมาก เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของชีวิตทั้งหมดที่มี
ชีวิตเราผ่านอะไรมามาก แต่ก็ต้องเจออะไรที่มากกว่าในอนาคตอันใกล้
ฉัน เป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกว่า ใช้ชีวิตยังไม่คุ้มตค่าที่สุด
แม้คนเราจะมีเวลาหนึ่งวันเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง 
แต่วันหนึ่งของฉัน คือ 10 ชั่วโมงสำหรับการเรียน เรียนพิเศษ และทำการบ้าน  6 ชั่วโมงสำหรับ นอนหลับพักผ่อน  4 ชั่วโมงสำหรับคุย ดูทีวี ฟังเพลง เล่นเน็ต  ที่เหลือคือเวลากิน
นั่นไง
ไม่เต็มที่กับการเรียนเลย
ก็ผิดหวังในบางครา เครียดเมื่อผิดหวัง  และรู้สึกผิด ที่ไม่ได้เตรียมตัวอย่างดีที่สุด     แต่นั่นก็ไม่สามารถแก้ไขได้
ยิ่งช่วงนี้ก็มีการสอบ แข่งขัน และการเรียนต่อที่ต้องเจอ
หากไม่ปรับปรุงตัวคงประสบความสำเร็จได้โดยยาก
ฉะนั้น ฉันต้องตั้งใจ พยายามให้มากกว่าเดิม ไม่ย่อท้อ ไม่เกียจ  เตรียมตัวให้ดีที่สุด  ทำให้สุดความสามารถ  มีสติ  ตัดจากสิ่งที่มารบกวนใดๆทั้งสิ้น
คือถ้าทำได้ก็ถือว่าดี
กำลังใจก็สำคัญเช่นกัน  ฉันก็มักให้กำลังใจเสมอ     ว่าชีวิตเรามีทุกข์มีสุขปะปนกันไป มีขึ้นมีลง และไม่นานความทุกข์หรือสุขเหล่านั้นก็ผ่านไปอย่างไร้ร่องรอย
ตามเพลง ความสุขที่ชอบฟังไง
ฉันไม่ชอบการวุ่นวาย การสิ้นเปลือง ความสนุกสนานที่เกินพอดี     วันเกิดฉันจึงเป็นวันเกิดที่เรียบง่ายแต่อบอุ่น   การไปทานข้าวนอกบ้านกับพ่อแม่และพี่ จึงเป็นการที่ปรารถนาและมีความสุข 
อันที่จริงวันเกิด เป็นวันขอบคุณพระเจ้า  พระเจ้าคือพ่อแม่ของเรา  ผู้เป็นพระพรหมในบ้าน  ต้องขอบคุณท่านที่ให้ชีวิตเรามา และเลี้ยงดูอย่างดี อย่างเหน็ดเหนื่อย เป็นเวลาสิบๆปี
ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเสริฐจริงๆ และน่าทึ่งมากสำหรับจิตวิญญาณของมนุษย์
ฉันจึงตั้งใจที่จะขอบคุณโดยการ เชื่อฟังท่าน ตั้งใจเรียน ไม่ออกนอกลู่นอกทางให้ท่านเสียใจ ช่วยงานท่านบ้าง และพยายามอยู่กับท่านดูแลท่าน มอบรอยยิ้มให้แก่กัน ^^
ฉันหากมีความจำคงอยากรู้จริงๆว่าสิบเจ็ดปีมันนานแค่ไหน  น่าคิดจริงๆ
แล้วต่อไปอีกหลายๆปีจะมีชีวิตเป็นอย่างไร
ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น…
 
วันเกิดคือวันเกิด มีทุกปี แก่ลงทุกวัน ความจำเลือนลางทุกนาที พรุ่งนี้มาเร็วพอๆกับเมื่อวาน
วันอะไรก็เหมือนกัน ฉันตื่น แปรงฟัน อาบน้ำ ทานข้าว ต่างกันที่ความรู้สึก
 
ขอให้มีแต่สิ่งดีดีเกิดขึ้นในชีวิต ขอให้ตัวเองคิดแต่สิ่งที่ดี สุขภาพแข็งแรง มีสติทุกเมื่อเถิด สาธุ^^
ขอบคุณ  สำหรับวันเกิด^^    วันที่ฉันได้เกิดมา หายใจ ณ ขณะนี้  …
 
 
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

รักไม่ได้

ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงไม่ลืมเธอ
มีเธอในใจฉันเสมอไม่เข้าใจ
อยากกอดเธอเอาไว้ สักเท่าไร
แต่หัวใจ ฉันก็รู้ดี จูบเธอได้ในฝัน
เท่านี้ แค่นี้ เพียงแค่นั้นในใจ

*รักไม่ได้บอกกับตัวเอง หัวใจตัวเอง
ต้องห้ามตัวเอง บอกมันอย่าหวั่นไหว
รักเขาไม่ได้ เขาดียังไง
ชอบเขาเท่าไหร่ก็ ต้องหยุดไว้เอง

เป็นบททดสอบของเบื้องบน
ให้ค้นหาหัวใจ ส่งมาให้ตัวฉันข้ามไป
อยากจะลองใจฉันหรือเปล่า
จะได้รู้ว่ารักหรือแค่เหงา ให้เห็นเงา
สะท้อนหัวใจ เก็บเธอไว้แค่ฝัน
ได้ไหม เพราะหัวใจฉันกระซิบว่า
(ซ้ำ*)

รักไม่ได้บอกกับตัวเอง หัวใจตัวเอง
ต้องห้ามตัวเอง บอกมันอย่าหวั่นไหว
รักเขาไม่ได้ เขาดียังไง
ชอบเขาเท่าไหร่ก็ รักไม่ได้

บอกกับตัวเอง หัวใจตัวเอง
ต้องห้ามตัวเอง บอกมันอย่าหวั่นไหว
รักเขาไม่ได้ เขาดียังไง ชอบเขาเท่าไหร่
ก็ต้องหยุดไว้เอง

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

เวลาเรามีความทุกข์ ลองฟังเพลงนี่ดูนะ ^^

คือช่วงที่ผ่านมา มีเรื่องที่ทำให้ป๋มมีความทุกข์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  เครียดสุดๆ  คือเรื่องสอบมิดเทอม  แบบว่าที่เค้าสอบกันสองวันคือแปดเก้า   ไอเราก็มีธุระที่โรงเรียนนั่นแหละให้ไป  ไม่ได้มาสอบ ก้อเลยมาสอบ  วันจันทร์ถัดมา
ซึ่งใช้การสอบตารางวันแรก   แล้วครูที่สอนวิชาเคมีเค้าก็เรียกให้ไปสอบวิชาเคมีไม่ได้อยู่ในวันแรก  เค้าให้สอบซึ่งหนูก็พยายามขอร้องโดยดีว่าไม่ได้อ่านสอบไม่ได้  เพราะไม่มีในตารางไมได้เตรียมตัวมาที   แล้วครูก้อบอกว่างั้นก็จะเปลี่ยนข้อสอบ หนูว่าได้  ครูบอกเอาคะแนนลดลงนะ  เราก็พยักหน้า  ก้อขอออกจากห้องไปสอบต่อ
แต่ไม่หยุดแค่นั้น  เพื่อนมาบอกว่า  ครูด่ามากมายหลายอย่างมากๆ แล้วบอกว่าคะแนนเต็มสี่สิบ แต่ให้เราเต็มยี่สิบคือถ้าทำได้ทุกข้อก็ได้แค่ครึ่ง  แล้วเราก็คงตกอยู่ดีถูกป่าว ใครจะเต็ม
แล้วด่ามากมายไม่ใช่แค่นั้นนะ เรื่องการต่อรอง การอ้างไปโน่นนี่ กลัวจะข้อสอบรั่วมันไม่รั่วหรอกใครๆก็เก็บไว้ไม่อยากให้เพื่อนได้มากกว่าอยู่แล้วรู้ห้องนี้อะนะ ใช่ว่าจะได้คะแนนเยอะเราโง่ๆอยู่ อีกว่าเอาเปรียบได่เวลาอ่านเยอะ ไปธุระไม่ใช่หยุดไปอ่านหนังสือ เห้อ  คือเรามีเหตุจำเป็นโรงเรียนนั่นแหละใช้ให้เราไป
คือเราคิดว่า การได้เตรียมตัวมาก่อน ก็ยังดีกว่าทำโดยไม่มีอะไรในสมองเลย
ถ้าครูบอกเราก่อนว่า จะสอบวันนั้น  หนูก็จะสอบ  ไม่ก็บอกว่าสอบก่อนที่จะไป  ก็จะสอบ ขอให้สอบล่วงหน้า ได้เตรียมตัวมาก่อน  ขอแค่นั้น  นี่มาด่ากันก็ไม่ถูกนะครู
วันนั้นเลยร้องไห้ออกมา ขี้มูกโป่ง ตอนทำข้อสอบวิชาสุขะเลย  คือรู้สึกเสียใจมากๆที่ครูทำอย่างนี้  ไม่ดูดำดูดีกับเราเลย  เสียใจมากๆบอกตรงๆ ถ้าครูมาเป็นหนูครูก็คงรู้
คือเกิดมายังไม่มีครูคนไหนมาด่าอย่างนี้เลย  ไม่มีเลยจริง 
ไม่มีครูคนไหนด่าแบบนี้แบบไม่มีเหตุผลมาก่อน   ด่าแบบส่งผลไปถึงคะแนนอย่างนี้ 
เห้อ
คะแนนก็ไม่เท่าไร   กับความทุกข์ ความเสียใจที่ไม่คาดคิดมาก่อน กับอคติที่เกิดขึ้น กับครูคนนี้
รู้สึกไม่ชอบเอามากๆ  ทั้งที่เทิดทูนและรักมาตลอด
เนี่ยก็เครียดไม่หาย  กังวล คิดมาก   เครียดสุดๆในชีวิต
แบบรู้แล้วเสียใจทำใจไม่ได้  รับไม่ได้จริง
ไม่มีครูคนไหนเหมือน
มีแต่ครูเข้ามาถาม แล้วบอกว่า  รีบสอบๆนะจะบอกคะแนนเพื่อนๆ
เห้อ
ทุกข์ใจ
 
 
 
หลังจากทุกข์ใจมาเป็นเวลา สี่วัน
ฟังเพลงนี้ รู้สึกดีขึ้นมาก
จึงขอแนะนำเพื่อนๆให้ฟังกัน  เวลามีความทุกข์นะ
ลองไปหาฟังดูนะคะ
มีความสุขจริงๆ ตามชื่อเพลง มันให้กำลังใจจริงๆ
 

น้ำในตากับฝนโปรยปราย
ดอกไม้กำลังบานใต้แสงตะวัน
แม่น้ำลำคลองเอ่อล้นจนเต็มริมฝั่ง

เสียงดนตรีหรือสายลมโชย
ใบไม้ร่วงโรยกับเมฆสีดำ
ชีวิตนั้นจะชอกช้ำหรือสวยงามแค่ไหน

* แต่สุดท้ายแล้วมันก็ผ่านไป
เกิดขึ้นมาก็มีวันจบไป
โลกยังคงหมุนเวียนและเปลี่ยนไป
สุดแต่ใครที่จะเข้าใจในเรื่องนี้

โมโหโกรธากับฟ้าคะนอง
ชื่อเสียงเงินทองลาภยศรางวัล
ชีวิตนั้นจะโศกสันต์หรือรื่นเริงแค่ไหน

ซ้ำ *

จึงอยากบอกเธอนะคนดี
ใช้ชีวิตให้มี ความสุข ด้วยวันและเวลาที่เธอมี

** เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ผ่านไป
เกิดขึ้นมาก็มีวันจบไป
โลกยังคงหมุนเวียนและเปลี่ยนไป
สุดแต่ใครที่จะเข้าใจในเรื่องนี้

ซ้ำ **

จึงอยากบอกเธอนะคนดี
ใช้ชีวิตให้มี ความสุข ด้วยวันและเวลาที่เธอมี

ซ้ำ **

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

Happy Birthday to me^^

อ่า   วันนี้ครบรอบสิบหกปีแล้วจร้า
ผ่านมาเร็วนะ   สิบหกปีแห่งความหลัง…
โอ้  เกิดมา   เนี่ย ทำไม มันช่างเร็วเหลือเกิน ไม่ทันตั้งตัว  เห็ฯตอนที่อายุกว่าจะได้สักขวบ  มาจนถึงสิบขวบมันช่างนาน พอ
สิบขึ้นแล้วมันเร็วเสียนี่กระไร   อีกไม่กี่ปีก็ต้องจบมัธยมไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย
อ่า   ชีวิตทำไมต้องวนเวียนแบบนี้ด้วย
อยากหยุดเวลานี้….
ได้อยู่กับพ่อแม่  พี่   ญาติๆอย่างสงบสุข
อย่างอายุเท่าเดิมตลอดไป  จะได้ไม่แก่ 
เห้อ
แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลามันก็เดินไปเรื่อยๆ  ชีวิตก็ก้าวไปไม่หยุด  เราจึงต้องตามสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา  คือถ้าเราหยุด
เราอาจจะใช้ชีวิตที่ไร้ค่าได้   ใช้เวลาไม่คุ้ม   พัฒนาตัวเองสิ   ทำในสิ่งดีดีสิ  โตขึ้นอีกปี
ไฉน ทำตัวเป็ฯเด็กสามขวบอยู่ได้
ชีวิตที่มีสาระ  ดำเนินอย่างมีเป้าหมาย   ทำประโยชน์เพื่อสังคม
โดยไม่ลืมหน้าที่ของตนเอง  ทำความดีเข้าไว้   ระงับอารมณ์ให้ได้   มีสติๆๆๆๆๆ   สติคือตัวกำหนดทุกอย่าง
ดำเนินชีวิตไป…..
หวังว่าคงอยู่  (มีชีวิตอยู่)  อีกหลายปี
คงทำสิ่งดีดีได้หลายอย่าง
สิบหกปี  ไม่ได้ครึ่งชีวิต  ประสบการณ์  สิ่งต่างๆในอนาคตอีกมากมาย
เรียนรู้ไปเรื่อยๆ 
 
อย่าลืมใช้ชีวิตให้มีความสุข
^^
ปีนี้ก็ไม่ขออะไรมาก
ขอให้ข้าเป็นคนดีก็พอ
วันเกิดก็วันหนึ่งๆในหนึ่งปี ที่ลวงตาขึ้นมา   เปลี่ยนอายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี
ยังไงก็วันธรรมดาๆ  ที่เตือนสติตัวเองว่า  ชีวิตนั้นไม่เที่ยง   ยังเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
 
งานเลี้ยงนะหรอ  แก่แล้วก็ไม่มีที่สำคัญไม่ได้ร่ำรวยไรมากนัก  ก็คงไม่จัด  ของขวัญก็ไม่ต้องการ
คือไม่ตอ้งการสิ่งใดๆ นอกจากสิ่งดีดีที่อยู่รอบตัว  ความโชคดีทุกเมื่อ นี่แหละของขวัญจากเทวดา
 
อ่า ส่งท้าย
ขอบคุณนะโชคชะตา ที่ส่งให้ข้าได้เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่
ขอบคุณที่ได้อยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตามาถึงปัจจุบันนี้และตลอดไป…
ขอบคุณนะทุกๆอย่างที่ประกอบกันแบบตัวข้า แม้หน้าตาไม่ได้ดี หุ่นก็ไม่ดี สติปัญญาก็ไม่ได้ล้ำเลิศ
แต่ข้าก็ภูมิใจที่ข้าเป็นแบบนี้
ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงดู เอาใจใส่ สั่งสอน หนูมาจนถึงบัดนี้และน่าจะตลอดไป  หนูรักพ่อแม่มากที่สุดในโลก  สุดจะบรรยาย
ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่มอบให้มหาศาลคณานับ ความรักที่บริสุทธิ์มิใดเปรียบ หนูขอตอบแทนๆๆๆๆๆๆๆพระคุณเท่าที่จะทำได้อย่างสุดสามารถ
ขอบคุณพี่  พี่ๆ ลุงป้า น้าอา ญาติๆทุกคนที่ ช่วยกันดูแล ทุกอย่าง
ขอบคุณคุณครู ผู้มีพระคุณทั้งหลาย ช่วยสั่งสอนวิชา
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกมิตรภาพ ความจริงใจทั้งหลาย  คำอวยพร
ขอบคุณตัวเองที่ทำให้ตัวเองมีค่า…ที่จะทำสิ่งดีดี  ทุกวัน^^
ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆ
รอยยิ้มตัวเองในกระจกที่ทำให้โลกนี้สดใส…
^^
วันเกิด
 
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | 1 ความเห็น

สามก๊ก

สรุปสามฉากสำคัญใน Red Cliff 2

ฉากลวงเอาเกาทัณฑ์มาจากกองทัพโจโฉ
ด้วยความที่กองทัพของง่อก๊กและจ๊กก๊ก มีกำลังพลและสรรพาวุษด้อยกว่ากองทัพของ โจโฉ หลายเท่าตัว จิวยี่ จึงไปเชิญ ขงเบ้ง มาหารือ แล้วขอร้องให้เขาช่วยหาลูกธนูหนึ่งแสนดอกให้เขาภายในเวลาสิบวัน ได้ยินดังนั้น ขงเบ้ง จึงตอบกลับไปว่า "ข้าขอเวลาเพียงสามวันในการทำลูกธนูก็พอ โดยในอีกสามวัน ก็ขอให้ท่านส่งทหารห้าร้อยนายไปที่ริมฝั่งแม่น้ำเพื่อรับลูกธนู"  จิวยี่ จึงเรียกเสมียนกองทัพมาทำเขียนสัญญากับ ขงเบ้ง

ในการดังนั้น ขงเบ้ง ก็ขอร้อง โลซก ให้จัดหาเรือยี่สิบลำ, ทหารหกร้อยนาย พร้อมทั้งเสื้อผ้าสีดำและมัดฟางอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้น ขงเบ้ง สั่งให้ทหารนำผ้าสีดำไปคลุมเรือ และทำหุ่นฟางยืนอยู่ทั้งสองฝั่งของเรือ เขาจัดการแบ่งทหาร 30 คนต่อเรือแต่ละลำ แล้วให้พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งต่อไป

ในเช้าวันที่สาม ขงเบ้ง เชิญ โลซก มาล่องเรือกับเขา เขาสั่งการให้ทหารล่ามเรือทั้งยี่สิบลำเข้าด้วยกันด้วยเชือก แล้วล่องเรือมุ่งหน้าไปยังริมฝั่งตอนเหนือของแม่น้ำแยงซี  โดยในตอนนั้นมีหมอกหนาทึบปกคลุมอยู่ ซึ่งทำให้ทหารของแต่ละฝ่ายแทบไม่สามารถเห็นกันได้เลย แม้ว่าจะยืนประจัญหน้ากันอยู่

ขงเบ้งสั่งให้เรือทั้งหมดเร่งความเร็ว แล้วสั่งให้ทหารตีกลองศึกแล้วโห่ร้องเหมือนดั่งเตรียมพร้อมจะทำสงคราม เมื่อทหารของทัพ โจโฉ ได้ยินเสียงกลองศึกและเสียงโห่ร้องมาจากแม่น้ำ จึงไปรายงาน โจโฉ  ซึ่งคิดว่าเป็นกองทัพของ จิวยี่ ที่มาโจมตีโดยอาศัยหมอกที่หนาทึบ เขาจึงสั่งให้ทหารอยู่แต่ในค่าย และใช้พลธนูยิงใส่ข้าศึกในแม่น้ำ เมื่อหุ่นฟางบนเรือข้างหนึ่งรับลูกธนูเต็มที่แล้ว ขงเบ้ง ก็สั่งให้กลับเรือ เพื่อให้หุ่นฟางบนเรืออีกฝั่งหนึ่งมารับลูกธนู

เมื่อหมอกเริ่มจางและใกล้ฟ้าสาง ขงเบ้ง จึงสั่งทหารให้พายเรือกลับ โลซก รู้สึกแปลกใจกับแผนการนี้และถามว่า เขาสามารถล่วงรู้ได้อย่างไรว่าจะมีหมอก ขงเบ้ง ตอบว่า "คนที่จะเป็นแม่ทัพ จะปราศจากความรู้เรื่องภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมดินฟ้าอากาศได้อย่างไร จิวยี่ สั่งให้ข้าทำลูกธนูหนึ่งแสนดอกภายในสิบวัน เพราะว่าเขาต้องการหาสาเหตุเพื่อที่จะฆ่าข้า ท่านเองก็รู้ดี เขามิอาจหลอกข้าได้หรอก"

เมื่อกลับมาถึงริมฝั่งด้านใต้แล้ว พวกเขาก็เห็นทหารห้าร้อยที่ จิวยี่ ส่งมารอพวกเขาอยู่ ขงเบ้ง จึงสั่งให้พวกเขาถอนลูกธนูออกจากเรือแล้วก็นับจำนวนลูกธนู ซึ่งลูกธนูที่ได้นั้นก็มีมากเกินกว่าแสนดอกเสียอีก โลซก จึงเดินทางกลับค่ายแล้วบอก จิวยี่ ถึงวิธีที่ ขงเบ้ง ใช้เรือและหุ่นฟางเพื่อเอาลูกธนูเหล่านั้นมา จิวยี่ประหลาดใจมากเพราะเขาคิดว่าแผนนี้ของเขาจะเป็นเหตุให้สังหาร ขงเบ้ง ได้”

ฉากเรียกลมของขงเบ้ง
แม้ว่า จิวยี่ จะตัดสินใจที่จะใช้ไฟโจมตี และ อุยกาย ก็ประสบผลสำเร็จในการหลอก โจโฉ ให้ยอมรับการสวามิภักดิ์ของตัวเอง แต่ จิวยี่ ก็ยังกังวลอยู่ เนื่องจากลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดไม่หยุดหย่อน ซึ่งก็ทำให้เขารู้สึกท้อใจจนล้มป่วย โลซก จึงบอกกับ ขงเบ้ง ถึงอาการป่วยของ จิวยี่ เมื่อได้ยินดังนั้น ขงเบ้ง ก็ยิ้มแล้วพูดว่า "ท่าน โลซก ข้ามีวิธีรักษาท่านแม่ทัพของท่านได้"

ขงเบ้ง เข้าไปพบกับ จิวยี่ ที่นอนป่วยอยู่ จิวยี่ ที่ได้ยินมาจาก โลซก ว่า ขงเบ้ง มีวิธีรักษาเขา ก็ได้พูดพลางถอนหายใจว่า "ไม่มีใครสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของข้าได้หรอก" ขงเบ้ง ยิ้มแล้วพูดว่า "แล้วคนที่สามารถเรียกลมได้ล่ะท่าน" เมื่อได้ยินดังนั้น จิวยี่ ถึงกลับลุกขึ้นทันที และประหลาดใจที่ ขงเบ้ง สามารถอ่านใจเขาได้ เขาจึงซักถามขงเบ้งเรื่องยารักษาทันที

ขงเบ้ง เขียนใบจัดยาแล้วส่งให้กับ จิวยี่ แล้วพูดว่า "ตัวยานี่คงรักษาอาการของท่านได้"  จิวยี่ หยิบกระดาษนั้นมาดู ข้างในกระดาษเขียนเอาไว้ว่า "การจะโจมตีโจโฉ การใช้ไฟเป็นหนทางเดียว และทุกสิ่งถูกเตรียมการไว้พร้อมสรรพ ขาดแต่เพียงลมตะวันออกเท่านั้น"  จิวยี่ รู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ในที่สุดเขาจึงบอก ขงเบ้ง เรื่องที่เขาวิตกเกี่ยวกับการโจมตีด้วยไฟ

ขงเบ้ง นั้นร่ำเรียนวิชาดูสภาพดินฟ้าอากาศ เขารู้ดีว่าในอีกสองสามวัน จะมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดมา แต่เขาต้องการให้ จิวยี่ เชื่อว่า เขามีอำนาจวิเศษสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ เขาแนะนำ จิวยี่ ว่า "ทำไมท่านถึงไม่สร้างแท่นบูชาพิธี แล้วจะใช้ทำพิธีเพื่อเรียกลมตะวันออกเฉียงใต้ให้ท่านสามวันสามคืน"  ได้ยินดังนั้น จิวยี่ จึงสั่งให้ทหารสร้างแท่นบูชาพิธีที่เนินลำผิงและเชิญ ขงเบ้ง ไปทำพิธีเรียกลมที่นั่น

ขงเบ้ง จึงเดินทางไปที่แท่นประรำพิธี  แต่งตัวในชุดนักพรตลัทธิเต๋าและถือกระบี่ในมือ จิวยี่ และเหล่าแม่ทัพต่างเฝ้ารออย่างกระวนกระวายว่าเมื่อไหร่ลมจะเปลี่ยนทาง แม้ว่าแรงลมจะเริ่มเบาลง แต่มันก็ยังพัดจากทิศตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ดี จิวยี่ พูดกับ โลซก ว่า "ขงเบ้งคงหลอกลวงเราเสียแล้ว จะมีลมตะวันออกเฉียงใต้ในฤดูกาลนี้ได้อย่างไร" แม้ว่า โลซก จะไม่ตอบว่าอะไร แต่เขาก็สงสัยใน ขงเบ้ง เช่นกัน

ครั้นถึงเวลาเที่ยงคืน พวกเขาก็ได้ยินเสียงธงศึกบนกระโจมของพวกค่ายปลิวไสวเพราะแรงลม จิวยี่ และ โลซก จึงวิ่งออกจากกระโจมมาดูก็เห็นว่าชายธงนั้นทั้งหมดชี้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ลมตะวันออกเฉียงใต้นั้นได้มาถึงแล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงรู้สึกโล่งใจและปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง

 

ฉากเผาทัพเรือโจโฉ
เทียหยก ที่ปรึกษาคนหนึ่งของ โจโฉ ได้ให้คำแนะนำว่า "แม้ว่าการเชื่อมเรือเข้าด้วยกันด้วยโซ่เหล็ก จะทำให้ทหารของเราสามารถต่อสู้ได้ง่ายขึ้น แต่มันอาจทำให้เรารับมือต่อการโจมตีด้วยไฟจากทัพ จิวยี่ ได้ยากขึ้น เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการนี้"  เมื่อได้ยินดังนั้น โจโฉ ก็แผดเสียงหัวเราะแล้วพูดว่า "การโจมตีด้วยไฟนั้นไม่อาจทำได้โดยปราศจากลม เวลานี้เป็นฤดูหนาว มีเพียงลมตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้นที่พัดผ่าน ถ้า จิวยี่ ใช้ไฟในการโจมตีโดยไม่คำนึงถึงลมตะวันตกเฉียงเหนือ   ทัพของพวกมันเองนั่นแหล่ะ ที่จะตกเป็นเหยื่อของอัคคี" 

ด้วยการที่ แม่ทัพอุยกาย แห่งง่อก๊ก และ จิวยี่ ร่วมมือกันออกอุบาย โดยแสร้งให้ อุยกาย ขัดคำสั่งของ จิวยี่ ซึ่งเป็นผลทำให้เขาถูกสั่งลงโทษด้วยการโบยเป็นจำนวน 100 ครั้ง และเป็นเหตุให้ อุยกาย ตัดสินใจแปรพักตร์ โดยมอบหน้าที่ให้ งำเต๊ก เป็นคนมอบจดหมายของเขาให้กับ โจโฉ โดยเนื้อความในจดหมายนั้นเขียนมาว่า "ตอนนี้ เหล่าแม่ทัพทุกคนล้วนแต่เกลียดชังความยโส โอหังและเอาแต่ใจของ จิวยี่ ข้าตัดสินใจที่จะสวามิภักดิ์มาหาท่าน โจโฉ ถ้าท่านยอมรับการยอมจำนนของข้า ข้าจะนำทหารของข้าพร้อมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดในสังกัดของข้า มาพร้อมกันในวันที่ข้ามาสวามิภักดิ์ท่าน”

โจโฉ รู้สึกยินดีมาก เพราะ อุยกาย เป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ และน่าจะเป็นประโยชน์อันมหาศาลในสงครามครั้งนี้ เมื่อถึงวันที่ อุยกายเดินทางพากองทัพเรือของตัวเองมาจำนน ที่ปรึกษา เทียหยก พูดกับ โจโฉ ว่า "ข้ารู้สึกว่าเรือพวกนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ขออย่าให้เรือเหล่านี้เข้าใกล้เรือของพวกเราได้ ถ้าเรือเหล่านี้เต็มไปด้วยเสบียงศึก เรือแต่ละลำจะต้องกินน้ำลึกกว่านี้และแล่นได้ช้า แต่ท่านก็สังเกตได้เรือรบของ อุยกาย นั้น ลอยเหนือผิวน้ำเพียงเล็กน้อยและแล่นมาเร็วยิ่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ก็กำลังพัดกระหน่ำในตอนนี้ พวกเราควรจะมั่นใจเสียก่อนว่านี่ไม่ใช่อุบายของง่อก๊ก”

เมื่อได้ดังนั้น โจโฉ ก็รู้ตัวว่าหลงกลเสียแล้ว เขาจึงสั่งให้ แม่ทัพบุนเพ่ง ไปหยุดเรือเหล่านั้นก่อนที่จะเข้ามาใกล้เรือรบของฝั่งวุยก๊ก อุยกาย นำเรือใหญ่สิบลำที่บรรทุกหญ้าแห้งที่ราดน้ำมันจนเปียกชุ่ม โดยเรือลำใหญ่ที่สุดนั้น ก็ลากจูงเรือลำที่เหลือ และทั้งขบวนเรือก็แล่นเข้าหาค่ายโจโฉอย่างรวดเร็ว

บุนเพ่ง ตะโกนร้องบอกให้ อุยกาย หยุดเรือเสีย ไม่เช่นนั้นเขาจะสั่งให้ยิงธนูเข้าใส่ แต่เรือของ อุยกาย ก็แล่นเข้าใส่เรือของ โจโฉ ด้วยความเร็วสูง อุยกาย หยิบอาวุธของเขาออกมาเตรียมพร้อม แล้วเรือทั้งสิบลำก็เริ่มจุดไฟเผาเรือ เตรียมโจมตีเรือศึกของ โจโฉ ด้วยไฟ และด้วยลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดโหมกระหน่ำก็ยิ่งทำให้ไฟแรงขึ้น  เรือรบ โจโฉ ที่ยึดติดด้วยกันด้วยโซ่เหล็ก เหมือนดั่งติดกับดักไปไหนไม่ได้ ก็ถูกไฟลามจากเรือลำหนึ่งไปอีกลำอย่างรวดเร็ว แล้วเรือทั้งหมดก็ตกอยู่ภายใต้ทะเลเพลิงในที่สุด

เหตุการณ์ทั้งหมดสรุปมาจาก http://asia-search.com/forum/index.php?topic=538.0

 ข้อมูลจาก:

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

กีฬาสี 51

ต้องพยายามฝืนใจถอยห่างออกมาเราต้องเงียบต้องเฉยชาต้องทำหน้าตาบึ้งตึงใส่เพื่อจะย้ำเตือนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกอะไรใดๆกับเขา
 
เห้อ
 
 
กีฬาสีแล้ว
ปีหนึ่งๆช่างผ่านไปเร็วจริงๆ
ไม่คิดเลย
หลับตายังเห็นบรรยากาศปีที่แล้วอยู่เลย
จู่ๆก้อข้ามมาปีหนึ่งแล้ว  ซะงั้น
ปีนี้ก็ดูเฉยๆลง  ดูแล้ว  ก็ธรรมดา หรือเปล่านะ  แปลกๆเงียบๆ
แต่ต้องอลังการแน่ๆ
อิอิ
คนแต่งตัวสวยก็เยอะอยู่
ดูได้  บุญตา
ส่วนตัวเองก็หน้าตาไม่ดีจึงไม่ได้เป็นอะไร
อิอิ ก้ออย่างว่าเลือกเกิดไม่ได้นี่
คนสวยๆจึงได้แต่งงตัวสวยๆกันหมด
อ๋อเราก็เป็นได้แค่นักกีฬา
อิอิ
หนุกหนานคร้าบ
อยู่สีฟ้าปีนี้เหมือนปีที่แล้วเลยอ่ะ
เบื่อเจงๆ  ไม่เป็นไรรุ่นพี่ใจดี
ที่สำคัญ
ไม่ต้องเรียนตั้งสองวัน
นั่งเชียร์ สนุกดี
ปีนึงมีครั้งเดียว
 
อ่าเปิดสนามด้วยเทควันโด ซึ่งเห่อสุดๆ
อิอิ
ตัวเองก็ทำ ด้วยจำยอม
 
อ่ามีไรอีกป่าวเนี่ย
ถ้ามีคงเพิ่มเติมเร็ๆนี้
 
 
ใกล้สอบ มิดเทอมแล้ว
หลังปีใหม่เจอศึกหนักอีก
เห้อ ชีวิตนักเรียน
"รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน" คร่า
โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น